ดวงตาของเรา

เรียบเรียงโดย พ.ท.หญิง พรพิมล รักอาชี                                                                                          ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อชีวิต ทุกคนต้องการให้ดวงตาอยู่คู่กับเราไปตลอดชีวิต ฉะนั้นการดูแลรักษาดวงตาจึงมีความสำคัญควรดูแลตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุดังนี้

วัยแรกเกิด ต้องระวังทารกแรกเกิดจากเชื้อหนองในซึ่งเป็นกามโรคชนิดหนึ่ง ทารกจะได้รับเชื้อโรคขณะคลอดผ่านช่องคลอดของมารดาออกมา พออายุ 2 - 3 วัน จะมีตาบวมแดง มีหนองข้นที่ตา ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ทารกจะตาบอดเพราะเชื้อโรคทำลายตาดำให้เป็นแผลทะลุ โรคนี้สามารถป้องกันได้ โดย ขณะมารดาตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์กับแพทย์ ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตกขาวมาก ปัสสาวะแสบ ต้องบอกให้แพทย์ทราบเพื่อหาทางรักษา ที่สำคัญคุณพ่อต้องไม่ไปหาโรคมาให้คุณแม่ โดยทั่วไปเมื่อทารกคลอดใหม่ ๆ แพทย์ พยาบาลจะหยอดตาป้องกันเชื้อโรคหนองในทุกคน สำหรับทารกแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนดมากมักพบปัญหาทางด้านสายตาได้บ่อย ก็ควรจะมีการตรวจตา โดยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญเป็นประจำ ตามที่แพทย์แนะนำใน ช่วง 6 เดือน ถึง ขวบปีแรกๆ แม้ว่าการตรวจตาในครั้งแรกจะไม่พบความผิดปกติ

 วัยก่อนเรียน เด็กควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางดวงตาที่อาจเกิดจากการขาดอาหารโดยเฉพาะโปรตีนและวิตามินเอ ทำให้เด็กตาแห้ง ตาดำด้านไม่เป็นเงา ตาดำเปื่อยเป็นแผลอาจทะลุตาบอดได้สาเหตุการขาดอาหารโปรตีน วิตามินเอ เนื่องจากการเลี้ยงลูกด้วยนมข้นหวานแทนนมแม่ หรือ เป็นที่ตัวเด็กเอง กินแล้วไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เช่น ท้องเดิน ท้องเสีย มีไข้ เป็นหัด ทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ นอกจากนี้ เด็กทุกคนควรได้รับอาหารเสริมเมื่ออายุ 6 เดือนด้วย เช่น ไก่ ไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ผักสีเขียวฟักทอง มะละกอสุก

 อันตรายอีกอย่างในวัยนี้คือการได้รับอุบัติเหตุบริเวณดวงตา เนื่องจากเด็กวัยนี้มักซุกซนอยากรู้อยากเห็น ถ้าขาดผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดเด็กไปเล่นของมีคม หรือไปแหย่สัตว์เลี้ยงเช่น นก ไก่ อาจถูกของมีคมทิ่มตา หรืออาจถูกสัตว์เลี้ยงจิกตาได้ การสังเกตพัฒนาการของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องดูว่าลูกมีปัญหาเรื่องสายตาและการมองเห็นหรือเปล่า โดยดูจากสัญญาณเตือนเหล่านี้เช่นตาเข ตาเหล่/ชอบเอียงศีรษะ ไปด้านใด ด้านหนึ่ง/มีน้ำตาไหลเอ่อ ตลอด หรือมีการติดเชื้อ ของตาบ่อยๆ/มีแก้วตา หรือ เลนส์ตา ขุ่น ตาแดง หนังตาบวม หรือ ลูกตา ดูใหญ่ผิดปกติ/หนังตาตก ปิดได้ไม่เท่ากัน เป็นต้น ควรพบจักษุแพทย์

 วัยเรียน วัยรุ่น ควรระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดต่อดวงตา ที่พบมากคือการที่ตาถูกกระทบกระเทือนจากการเล่น อุบัติเหตุจากการทำงาน นอกจากนี้ ในวัยนี้ยังพบเด็กมีสายตามัวจากสายตาสั้นได้บ่อย แม้ว่าสายตาสั้นจะไม่ทำให้ตาบอดได้ แต่ทำความกังวลให้กับเด็กและพ่อแม่ การแก้ไขสายตาสั้นคือการสวมแว่นสายตาที่เหมาะสมปัจจุบันได้มีการพิสูจน์แล้วว่าสายตาสั้น หรือ สายตายาวเป็นลักษณะที่กำหนดตายตัวมาแล้วตั้งแต่อยู่ในท้องแม่การใช้สายตาดูหนังสือภายใต้หลอดไฟนีออนการดูโทรทัศน์ ไม่มีส่วนทำให้สายตาสั้นหรือสายตายาว ช่วงวัยนี้พ่อ แม่ สามารถสังเกตหรือสอบถามลูกถึงอาการผิดปกติได้ เช่น บางครั้งลูกอาจมีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ/มองเห็นภาพไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน /มีพฤติกรรม เปลี่ยนไป หรือ การเรียนแย่ลง/ชอบหยีตา เขม่นตา หรือเข้าไป ดูใกล้ๆ ( ก้มหน้า อ่านหนังสือ จนชิดโต๊ะ ฯลฯ) หรือไม่สามารถ บอกสี ได้ถูกต้อง แยกของที่มีสีต่างๆได้ไม่ดีนัก (ตาบอดสี) ควรพาลูกไปพบจักษุแพทย์

 วัยกลางคน บุคคลในวัยนี้ สายตาเริ่มเปลี่ยน การมองเห็นที่ระยะใกล้จะไม่ชัดเหมือนเดิม การตรวจสายตามักจะพบสายตายาว ควรตัดแว่นตาสวมใส่

 วัยชรา โรคทางตาหลายอย่างเริ่มเบียดเบียน เช่น ต้อกระจก ตาเสื่อมจากเบาหวาน ต้อหิน ม่านตาอักเสบ ประสาทตาลอก ศูนย์กลางประสาทตาเสื่อม ฉะนั้นควรให้พบแพทย์ตรวจเช็คสุขภาพของตาทุกปี ถ้าพบความผิดปกติแพทย์จะได้รักษาได้ทันก่อนที่จะเสียดวงตาไป